เช็คให้ดีก่อนทำประกันภัยรถยนต์ จะได้ไม่ถูกหลอก

          ปัจจุบันมิจฉาชีพปลอมตัวมาหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นมีการทำตัวเป็นบริษัทนายหน้าปลอม หลอกขายประกันรถยนต์ปลอม ซึ่งถ้าพูดถึงในสังคมไทยเหตุการณ์หลอกลวงเกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนเลยทีเดียว วิธีการหลอกล่อเหยื่อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ค่อนข้างมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จะเป็นการเสนอขายผ่านทางโทรศัพท์ โดยมิจฉาชีพจะค่อนข้างมีทักษะการพูดชักชวนเป็นเลิศ ถ้าฟังแล้วไหลตามเกมเหล่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ไปล่ะก็ กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าโดนหลอกก็เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นต้องการเรียกเคลมประกัน แต่ประกันปลอมมันไม่ได้คุ้มครองใดๆ เลยนี้สิ  เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน

แล้วจะรู้ได้ไงว่าเราจะไม่โดนหลอก?

  • ถ้าคุณเกิดสงสัยว่าจะโดนหลอกหรือไม่ ลองโทรไปเช็คกับทางบริษัทประกันเลยก็ได้ว่า มีตัวแทนหรือนายหน้านั้นๆ หรือไม่ เพราะทางบริษัทจะมีรายชื่อตัวแทน นายหน้า (Broker) อยู่แล้ว
  • บริษัทนายหน้า (Broker)  หรือตัวแทน จะต้องมี “ ใบอนุญาต ” คุณสามารถขอเลขใบอนุญาต และนำเลขใบอนุญาตมาตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ http://eservice.oic.or.th/eService/…/Broker/PersonAllow.aspx ถ้าตัวแทนไม่มีเลขประกันให้ หรือตรวจสอบแล้วไม่พบ  สันนิษฐานไว้ก่อนได้ว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพ เพราะตัวแทนทุกคนจะต้องมีเลขที่ใบอนุญาต
  • หรือจะลองขอดูบัตรการเป็นตัวแทนก็ได้  จะมีรูปและชื่อของตัวแทนอยู่ในบัตร แต่ก็อย่าตรวจสอบเพียงขอดูบัตรเพียงอย่างเดียว เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไกล อาจจะมีการทำบัตรปลอมกันได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการเช็คขั้นต้นก่อน
  • เมื่อตัวแทนติดต่อเสนอขายกรมธรรม์ จะต้องแนะนำตัวว่า “ชื่ออะไร เป็นตัวแทนประเภทไหน บริษัทไหน จะเสนอขายประกันอะไร” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง คปภ. ได้กำหนดไว้
  • เมื่อตกลงชำระเงินค่าเบี้ยประกัน จำเป็นอย่างมากที่ต้องตรวจสอบ ชื่อบัญชี และเลขที่บัญชี ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีเป็นชื่อบุคคลเด็ดขาด  ควรจะเป็นชื่อบัญชีของบริษัทหรือชื่อนิติบุคคลเท่านั้น
  • ถ้าเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทที่เป็นนายหน้าขายประกัน จำเป็นต้องมีตราการรับรองจาก คปภ. และ DBD Registered
  • ช่องทางการติดต่อต้องหลากหลาย เพื่อการติดต่อสอบถามได้รวดเร็ว และสามารถตอบคำถาม และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับประกันที่ขายได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน

 

          เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณจะได้รับกรมธรรม์หลังชำระเบี้ยประกันแล้ว 15 วัน  ถ้ายังไม่ได้รับควรติดตาม อย่านิ่งเฉย หรือถ้าได้รับแล้ว จะลองโทรไปเช็คกับทางบริษัทประกันที่คุณทำอีกครั้งก็ได้ เพื่อความมั่นใจ คุณจะได้ไม่เสียค่าเบี้ยประกันไปฟรีๆ ให้กับมิจฉาชีพทั้งหลาย

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  daily.rabbit